Showing posts with label นักฟุตบอล. Show all posts
Showing posts with label นักฟุตบอล. Show all posts

Wednesday, 29 July 2009

โคโล่ ตูร์เร่ ตาม อเดบายอร์ไปแน่แล้ว

ส่อเค้าจะตามเพื่อนร่วมทีมที่จากไปสดๆร้อนๆ เมื่อกุนซือ เวนเกอร์ ออกมายันเอง เป็นการเสริมที่น่ากลัวทีเดียวสำหรับแมนซิตี้ที่ได้กองหลังผู้นี้ไปจึงทำให้จุดอ่อนของแมนซิตี้จะเหลือตรง แบ็ค ซ้ายและกุนซือ ซึ่งรายฝ่ายคิดออกมาตรงกันว่า มาร์คฮิวคุมสถานการณ์ไม่อยู่แน่ แต่การได้ ตูร์เร่มาเสริมความแข้งแกร่งแดนหลังนั้นเยี่ยมมากทีเดียว แล้ว เวนเกอรืละจะทำยังไต่อไปคำตอบนี้สงสัยปืนต้องยอมเสียเงินหาตัวแทนเสียแล้ว ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าโคโล่ ตูร์เร่ผู้นี้มีความสำคัญในแดนหลังของอาเซน่อลอย่างมาก หรือจะใช้ เซนเดอรอส หรือ โยฮัน ญูรู เล่นคู่กับ กัลลาส ดูท่าจะไม่ปึ้กเท่าที่ควร การเสีย โคโร่ตูเร่เกิดความเสียหายหนักให้ ไอ้ปืนโตเป็นแน่หากไม่รีบหาตัวมาเสริมมีสิทธิ์ที่จะหลุด บิ๊กโฟร์ได้เลย แม้จะมีกุนซือสมองเพชรก็ตามยังไงเสียเมื่อคุณสมบัตินักเตะไม่พร้อมแผนจะดีแค่ไหนเล่นได้สวยยังไงมันยังไม่ใช่คำตอบที่จะได้แชมป์ แม้ ปืนใหญ่อาเซน่อล จะเป็นทีมที่เล่นได้น่าติดตามที่สุดในลีก แต่เรื่องแชมป์ยังอยู่ในเปอร์เซ็นต่ำอยู่หากทุกคนไม่เล่นในฟอร์มพีคจริงๆ แดนกลางแดนหน้าไม่น่าห่วงเพราะว่าแม้ไมใช้สตาร์ ก็เล่นได้เพราะระบบของเวนเกอร์เอื้อต่อผู้เล่นทุกคน ทุกคนเป็นสตาร์ได้ในทุกเกมส์ ยังไงส่วนตัวเช่อว่า เวนเกอร์ จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้เพราะได้เงินจากการขายสองนักเตะของทีมออกไป ไม่นานเกินรอจะได้รู้ว่านักเตะผู้นั้นเป็นใครกัน

เขาไปด้วยกันทั้งคู่เลย แบบนี้ปืนจะอยู่ยังไง สงสัยบาร์ยอ มาชวนเพื่อน โคโล่ ไปอยู่ด้วยกัน

Friday, 24 July 2009

หากมา ปืนตามข่าวรุ่งแน่

คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ ผลิตผลจาก ฮอลแลนด์ รายนี้ ก้าวสู่เวทีโลกด้วยการก้าวกระโดดเกินไป ดังเพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียรนัย เลยทำให้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในทีม ราชันชุดขาว จะว่าไปแล้วเด็นคนนี้ไม่ธรรมดามาตั้งแต่เด็กเลยละในช่วงวัย 14 ปี ฮุนเตลาร์ ก็สร้างชื่อด้วยการเล่นให้กับทีมชุดซี ของเดอ กราฟส์ชาพ และยิงไปถึง 33 ประตูจาก 20 นัดเท่านั้นผลงานดังกล่าวทำให้เขาโดนดันขึ้นสู่ทีมชุดบี1 และก็ยังคงถล่มประตูเป็นว่าเล่นอีก 31 ลูกในฤดูกาล 1999-00 จนทำให้ทีมยักษ์ใหญ่อย่างพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เซ็นสัญญาคว้าตัวไปร่วมทีมในเดือน มิ.ย.ปี 2000
แม้จะย้ายไปอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่แต่ฮุนเตลาร์ ยังคงมีระดับฝีเท้าที่เหนือกว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างเห็นได้ชัดและก็กลายเป็นดาวซัลโวของลีกระดับเยาวชน ถึงเวลาที่เหมาะสม ฮิดดิ้งค์ ดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่
แต่ ฮุนเตลาร์ ไม่สามารถที่จะเบียดแทรกตัวเข้าทีมชุดใหญ่ของพีเอสวีได้ โดยเขาได้เล่นนัดประเดิมสนามด้วยการลงไปแทนดาวยิงประจำทีมอย่างมาเตย่า เคซมัน ในวันที่ 23 พ.ย.2002 ซึ่งพีเอสวีชนะขาดลอย 3-0 เหนืออาร์บีซี รูเซนดาล แต่นั่นก็เป็นการเล่นเพียงนัดเดียวในชีวิตของเขากับพีเอสวี ฮุนเตลาร์ โดนส่งตัวให้กับเด กราฟส์ชาพ สโมสรเก่าใช้งานเพื่อเก็บประสบการณ์อีกครั้ง แต่ก็เป็นอีกครั้งที่เขาผิดหวังเมื่อได้ลงเล่นแค่ 9 นัดและทำประตูไม่ได้เลย ซึ่งเด กราฟส์ชาพ ก็ตัดสินใจที่จะไม่เซ็นสัญญากับเขาอย่างถาวร ความล้มเหลวในครั้งนี้ทำให้ฮุนเตลาร์ โดนส่งตัวไปให้กับสโมสรเล็กๆอย่างอาโกฟฟ์ อาเพลดูร์น ยืมตัวไปใช้งาน แต่ครั้งนี้มันถึงเวลาที่เพชฌฆาตหน้าใสจะแจ้งเกิดเสียที เมื่อเขายิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ได้ลงเล่น และจากนั้นเขาก็เหมือนกับลูกระเบิดที่รอวันปลดชนวนอยู่นาน ฮุนเตลาร์ ยิงประตูได้เป็นว่าเล่นถึง 26 ประตูจาก 35 นัดในลีกและจบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวในที่สุด ทำให้ทีมอาโกฟฟ์ ถึงกับตั้งชื่ออัฒจันทน์ฝั่งหนึ่งว่าเป็น "คลาส ยาน ฮุนเตลาร์" เพื่อระลึกถึงจอมล่าตาข่ายรุ่นเยาว์เลย
แจ้งเกิดไม่ทันไร ฮุนเตลาร์ ก็ต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางอนาคตของตัวเองเป็นครั้งแรกเมื่อพีเอสวี ยื่นสัญญาฉบับใหม่มาให้เซ็น แต่เขากลับเลือกที่จะปฏิเสธมันและเซ็นสัญญาย้ายไปอยู่กับฮีเรนวีน ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 100,000 ยูโรเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของฮีเรนวีน
ฮุนเตลาร์ ยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกก่อนที่จะยิงรวมได้ถึง 17 ประตูจากการเล่น 31 นัดในฤดูกาลแรกกับฮีเรนวีน และมันยิ่งเพิ่มมากขึ้นอีกในฤดูกาลที่ 2 ของเขาในปี 2005-06 เมื่อจบช่วงแรกของฤดูกาลเขาทำไปแล้วถึง 17 ประตูจากการเล่นแค่ 15 นัดเท่านั้น ผลงานร้อนแรงยังงี้ ทำให้อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตัดสินใจดึงตัวไปร่วมทีมทันทีด้วยค่าตัวถึง 9 ล้านยูโรเลยทีเดียว เขาต้องใช้เวลานานถึง 5 นัดกว่าจะยิงประตูแรกให้กับทีมอาแจ๊กซ์ได้ แต่หลังจากที่ยิงได้ฮุนเตลาร์ ก็ทำประตูได้เป็นว่าเล่นโดยในเดือน ก.พ. เพียงแค่เดือนเดียวก็ยิงไปถึง 9 ประตูจาก 7 นัดที่เล่นให้กับอาแจ๊กซ์ จบฤดูกาล 2005-06 ฮุนเตลาร์ ยิงรวมได้ถึง 33 ประตูจาก 31 นัดในลีกที่เล่นให้กับฮีเรนวีนและอาแจ๊กซ์ คว้ารางวัลดาวซัลโวไปครองแบบไร้คู่แข่ง
ในฤดูกาลต่อมา ฮุนเตลาร์ ก็ยังคงทำผลงานได้ร้อนแรงเหมือนเดิม โดยในช่วงก่อนออกสตาร์ทฤดูกาลก็ไปสร้างชื่อด้วยการทำประตูแรกในสนามเกมเปิดเอมิเรตส์ สเตเดียม ของทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ในเกมเทสติโมเนียลแมตช์ของเดนนิส เบิร์กแคมป์ตำนานของทีมกันเนอร์สและเคยเป็นเด็กปั้นของอาแจ๊กซ์ด้วย แต่สุดท้ายอาร์เซนอลก็ชนะไปในเกมดังกล่าวด้วยสกอร์ 2-1 หลังจากนั้นฮุนเตลาร์ ก็ยิงเป็นว่าเล่นไม่ว่าจะในรายการพรีเมียร์ดัตช์ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และยูฟ่า คัพ ที่อาแจ๊กซ์ต้องร่วงลงมาเล่นหลังตกรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเขาก็ยิงไปถึง 8 ประตูจาก 7 นัดก่อนจะยิงรวมในลีกได้ 21 ประตู
ฮุนเตลาร์ ยังคงทำผลงานได้ดีในลีกโดยทำคนเดียวถึง 4 ประตูในเกมแรกของฤดูกาลที่ต้องพบกับทีมเก่าของเขา เดอ กราฟส์ชาพที่เพิ่งเลื่อนชั้นมา ซึ่งอาแจ๊กซ์บุกไปชนะได้ถึง 8-1 และยังยิงประตูเรื่อยมาจนเวลานี้ซัดไปแล้ว 9 ประตูจาก 7 นัด และจะยังคงยิงต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และในทีมชาติเค้าก็ติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้วหลายนัด และแล้ววิบากกรรมบนรอยยิ้มก็เกิดกับเขา เพราะไม่รู้เป็นการตัดสินใจที่ผิดหรือถูกในการย้ายสู่ยักษ์ใหญ่อย่างราชันชุดขาวเพราะเขาไม่ประสบความสำเร็จเอาเสียเลย หากว่าเขาได้ย้ายทีมจริงตามข่าว คงต้องบอกว่าปืนโต อาเซน่อล ที่มี อาเซน เวนเกอร์ อยู่ จะทำให้ชีวิตการค้าแข้งของ หัวหอกวัยรุ่นคนนี้ กลับมายิ่งใหญ่และ อาจจะเก่งกว่า รุด ฟานนิสเตอรอย ก็เป็นได้


รวมประตูของคลาส แยน ฮุนเตลาร์ ดูกันเอาเอง

Thursday, 23 July 2009

ซลาตัน ไม่น่าค่าตัวระดับนั้น

กองหน้าชั้นยอดในวงการลูกหนังยุคปัจจุบัน ลีลาการเล่นที่สวยงามเหนือชั้นและไม่สามารถคาดเดาการเล่นได้จนเป็นเอกลักษณ์ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดศูนย์หน้าทีมชาติสวีเดน ที่เริ่มต้นเส้นทางชีวิตสายลูกหนังได้เล่นในระดับเยาวชนกับเอฟเค บอสน่า, เอฟบีเค บอลคาน และทีมเยาวชนของมัลโมมาระยะเวลาหนึ่ง ด้วยพรสวรรค์ที่มากล้นในตัว ทำให้อิบราฮิโมวิช เป็นกองหน้าที่โดดเด่นกว่านักเตะร่วมรุ่นและทำให้ถูกยอดกุนซืออย่างอาร์แซน เวนเกอร์ แห่งอาร์เซนอล พยายามชักชวนให้ไปร่วมทีมด้วย โดยเฉพาะเวนเกอร์ ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการปั้นดาวรุ่งขึ้นมาประดับวงการพยายามตามตื้ออย่างจริงจัง แต่สุดท้ายมัลโม ก็ไม่อาจรั้งซลาตันได้อีกต่อไป เมื่ออาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทุ่มเงินถึงกว่า 7.8 ล้านยูโร เพื่อดึงตัวไปร่วมทีม และช่วงนั้นเองก็เป็นช่วงเวลาที่ซลาตัน เริ่มเล่นทีมชาติด้วย สำหรับอาแจ๊กซ์ ซลาตัน เริ่มต้นได้สวยงามไม่น้อยได้รับเลือกลงเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ และก้าวมาเป็นกองหน้าสตาร์เด่นของทีม ซลาตัน มาแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัวให้กับอาแจ๊กซ์ ในเวทียุโรปคือเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พบกับโอลิมปิก ลียง โดยนัดนั้นซลาตัน เหมาซัดคนเดียว 2 ลูก โดยหนึ่งในนั้นเป็นประตูที่คลาสสิคสุดๆ ด้วยการลากเลื้อยหลบเอ็ดมิลสัน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟดีกรีทีมชาติบราซิล ก่อนจะยิงมุมแคบเข้าไปอย่างเหลือเชื่อ ประตูดังกล่าวทำให้เริ่มมีการพูดถึงเจ้าหนูมหัศจรรย์คนใหม่รายนี้ โดยเฉพาะการเปรียบเทียบกับกองหน้าลีลาคลาสสิคอย่างมาร์โก แวน บาสเท่น หรือเดนนิส เบิร์กแคมป์ แต่ถ้านำคำถามเรื่องนักฟุตบอลต้นแบบของซลาตัน เขาจะตอบว่า "โกรัน เตอร์เพฟสกี้" อดีตกองหน้ารุ่นพี่ในทีมมัลโม หลังจากนั้น ซลาตัน ก็ยิ่งกลายเป็นดาราเด่นของทีมและกลายเป็นที่หมายปองของยักษ์ใหญ่ในยุโรป ยังสร้างปรากฎการณ์ได้ต่อไปเมื่อทำประตูสุดมหัศจรรย์ได้อีกครั้งในการเจอกับเอ็นเอซี เบรด้า ในเกมลีกฮอลแลนด์ โดยเป็นประตูที่คล้ายกับลูกยิงในตำนานของดีเอโก้ มาราโดน่า ด้วยการลากหลบผู้เล่นของเบรด้าเป็นว่าเล่น และโชว์กรหลอกล่อผู้รักษาประตูอย่างเหนือชั้นที่แม้แต่ช่างภาพที่ตามจับภาพยังโดนหลอกให้หลงคิดว่ายิงเข้าไปแล้วด้วย ซึ่งสุดท้ายหลังการหลอกจนทุกคนในสนามได้แต่อ้าปากค้าง ซลาตัน ก็บรรจงส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายแบบง่ายๆ แต่หลังจากนั้น ซลาตัน ก็เริ่มมีปัญหาในทีมอาแจ๊กซ์ โดยเฉพาะความขัดแย้งกับราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท กัปตันทีมที่ทำให้สุดท้ายเขาก็ต้องย้ายออกจากรังอัมสเตอร์ดัม อารีน่า ไปอยู่กับยูเวนตุสแทน ด้วยค่าตัวมหาศาลถึงกว่า 19 ล้านยูโรในฤดูร้อนปี 2004 และถึงจะเป็นการย้ายทีมไปอยู่กับยักษ์ใหญ่อย่างยูเว่ แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับซลาตัน ที่จะแย่งตำแหน่งกองหน้าตัวจริงมาได้ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ดาวยิงตัวหลักของทีม "ม้าลาย" ในเวลานั้นอย่างดาวิด เทรเซเกต์ เกิดบาดเจ็บขึ้นมาพอดี และฟาบิโอ คาเปลโล่ โค้ชของยูเว่ ในขณะนั้นก็ชื่นชอบซลาตันอยู่แล้ว (เคยพยายามจะซื้อตัวไปร่วมทีมตอนคุมโรม่า) ซลาตัน ประสบความสำเร็จอย่างงดงามอีกครั้งกับยูเว่ โดยยิงไปถึง 16 ประตูและมีส่วนช่วยให้ยูเวนตุส คว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา มาครองได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเพราะมีกองหน้าน้อยรายนักที่จะมาทำผลงานได้ดีในลีกลูกหนังสุดหินในอิตาลี และในฤดูกาล 2004/05 นั้นเองที่เขาได้รับเลือกให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีจากการโหวตของแฟนๆ ชาวเบียงโคเนรี่ รวมถึงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสวีเดนในปีเดือน พ.ย. 2005 อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น ซลาตัน ก็ต้องพบกับช่วงชีวิตที่ยากลำบาก เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมากมายทั้งกับสื่อมวลชนในสวีเดนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แถมยังโดนปรับบทบาทในทีมยูเวนตุสด้วย ผลงานในสนามย่ำแย่ลงมากและเริ่มตกเป็นตัวสำรองบ้างบางนัด แต่กระนั้นซลาตัน ก็ยังวาดลวดลายได้บ้าง แต่เปลี่ยนจากบทบาทกองหน้าจอมถล่มประตูเป็นจอมใส่พานให้เพื่อนแทน ซึ่งก็มีบางคนเห็นว่านี่เป็นฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาด้วยซ้ำไป แม้จำนวนประตูจะลดลงมากก็ตาม แต่ทุกอย่างก็เลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากนั้น เมื่อเขาเริ่มสูญเสียฟอร์มการเล่นไป และโดนวิจารณ์อย่างหนัก และเริ่มถูกมองว่าเป็นตัวปัญหาของทีม โดยเฉพาะกับความเย่อหยิ่งและมักจะสร้างปัญหาให้ทีมเสมอๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็ลามไปถึงในระดับทีมชาติสวีเดนด้วย ทั้งที่ตลอดมาซลาตัน เป็นตัวความหวังของทีมได้โดยตลอด มาถึงในฟุตบอลโลก 2006 ซลาตัน ก็มีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนัก แม้ว่าจะทำผลงานได้ดีในรอบคัดเลือกจนพาทีมเข้ามาสู่รอบสุดท้ายที่เยอรมันได้ก็ตาม โดยสวีเดน เล่นได้แย่ในรายการดังกล่าวแถมซลาตัน ยังมีอาการบาดเจ็บจนไม่ได้ลงเล่นในเกมสำคัญกับทีมชาติอังกฤษด้วย ก่อนที่จะโดนเขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยน้ำมือของเจ้าภาพ หลังจากกลับจากเยอรมัน ชะตาชีวิตของเขาก็ต้องพลิกผันอีกรอบ เมื่อยูเวนตุส ถูกศาลลงโทษริบแชมป์ 2 สมัยก่อนหน้านี้และปรับตกชั้นให้ไปอยู่ในเซเรีย บี อันเนื่องจากคดีล็อกผลการแข่งขัน ทำให้ต้องย้ายไปอยู่กับอินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวสูงถึง 24.8 ล้านยูโร ซลาตัน ใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าในการเรียกฟอร์มเดิมๆกลับมากับอินเตอร์ มิลาน และในที่สุดก็สามารถกลับมาเป็นกองหน้าตัวความหวังได้ มีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ในฤดูกาลนี้ เชื่อว่าหลังจากนี้เส้นทางของกองหน้าที่มีลีลาการเล่นสวยงามดังการเริงระบำบนฟลอหญ้า ลีลาของซลาตัน ไม่ธรรมดาตามที่กล่าวมาจริงๆแต่ค่าตัวระดับที่กำลังยื่นๆกันในทีมใหญ่ ไม่เหมาะสมจริงๆสำหรับนักเตะคนเดียว ที่ช้า และบางจังหวะเล่นเพื่อตัวเอง แต่ลีลาพริ้วไหวดังสายน้ำ ชอบก่อปัญหาในทีมเป็นประจำ ทั้งเชลซี และ บาเซโลน่าสามารถที่จะมีนักเตะแบบนี้อยู่ในทีมที่ไม่ได้ด้อยกว่ากันมาก เสียดายเงินที่ต้องไปซื้อนักเตะใหม่ที่ค่าตัวแสนแพง อาจพุ่งไป 60 ล้านปอนด์เลยทีเดียว อเนลก้า และคร็อกบาที่เซลซีมีอยู่ไม่ได้ด้อยไปกว่า ซลาตันเท่าใดนักบางทีช่วงพีคอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ บาเซโลน่า ไม่ต้องพูดถึงเลย อองรี และ ลิโลเนล เมสซี่ เป็นดัง เทพแห่งลูกหนัง แม้สรีระจะไม่เทียมเท่า ซลาตันก็ตาม เขาเรียกว่าชมก่อนตบในการวิจารณ์วันนี้เพราะเห็นค่าตัวที่เสนอซื้อกันแล้วตกใจมาก แม้จะเป็นนักเตะที่เล่นได้ดีในสายตาข้าพเจ้า

ลีลาการยิงประตูแจ้งเกิดของซลาตัน น่าทึ่ง!

กลางชั้นดีราคาถูก มาอามาดู ดิยาร์ร่า

หากทีมลิเวอร์พุลต้องเสีย คุณชาย ซาบี้ อลอนโซ่ มาฮามาดู ดิยาร์ร่า ผู้นี้น่าจะเป็นตัวทดแทนที่ดีที่สุดหากทำได้ เพราะ ทางราชันชุดขาวก้ดู่ทาจะโละทิ้ง เสียบแทนกันได้พอดิบพอดี ไม่เข้าใจ รีลมาดริดเหมือนกันเวลาอยากได้เนี้ย ยังกับคนขึ้นหิ้ง ยังกับหนุ่มจีบสาว พอมีการได้เสียกันแล้วทิ้งอย่างไร้เยื้อใย โดยตอนนี้ให้ความสำคัญกับ ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า มากกว่าทั้งที่ดูแล้วจะด้อยกว่า มาฮามาดู จากลียงเป้นไหนๆ แกร่งทั้งเกมส์รับ และเป็นตัวโฮลบอล ชั้นยอด ไม่เป็นรองใคร หากจะกล่าวว่าเก่งพอๆกับวิเอร่า อดีตเด็กปืนโตเลยก้ไม่ใช่การกล่าวชมเกินไป เป็นคนปิดทองหลังพระในลียงจนเอสเซียงดัง ซึ่งจริงๆเล่นได้ดีกันทั้งคู่ นำเสนอ กลางผู้นี้เลยสำหรับทีมที่ยังต้องการกลางรับชั้นดี อย่างหงส์แดง หากเสีย คุณชายไป อาเซน่อลที่หากลางรับดีๆหลังจากจิลแบโต้ ซิลวา ยังไม่มีใครที่เล่นกลางรับได้เด็ดดวง อาจจะเป็นจิ๊กซอร์ตัวสำคัญที่จะทำให้ปืนโต กลับมายิ่งใหญ่ได้เพราะระบบของทีมน่าชื่นชมเหลือเกิน สาธุ ขอให้ได้ทีมที่เหมาะสมด้วยเถิดเสียดายกลางฝีเท้าดีคนนี้จริงๆ

Wednesday, 22 July 2009

ใครว่าเบนซ์ เจ๋ง ต้องรอพิสูจน์

ซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของวงการลูกหนังเมืองน้ำหอม ก็คงหนีไม่พ้น คาริม เบนเซม่า ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วได้ย้าย ไปยังทีม ยักษ์ใหญ่ของยุโรป อย่าง ราชันชุดขาว โดย เจ้าเบนเซม่า เป็นผลผลิตของทีมเยาวชนลียง ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี โดยนอกจากจะเป็นหัวหอกตัวเป้าในการเล่นระบบ 4-3-3 ของทีมแล้ว เบนเซม่า ยังสามารถเล่นในตำแหน่งปีกทั้งสองข้างได้ด้วย และในฤดูกาล 2006-07 เบนเซม่า ก็เริ่มเป็นที่รู้จักไปในวงกว้าง หลังกดไป 24 ประตูในการลงสนาม 37 นัด
ด้วยฟอร์มการถล่มประตูที่ร้อนแรงดังกล่าวทำให้มีหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปจ้องจะดึงตัวเขาไปร่วมทีม ซึ่งรวมไปถึงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, บาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็เสร็จโรงเรียนราชัน คว้าชิ้นปลามันทั้งที่เป็นเป้าหมายอันดับแรก ของปีศาจแดง แมน ยู นี่เอง ดาวเตะวัย 20 ปีถูกยกย่องว่าเป็น "นิว ซีดาน" เนื่องจากรูปร่างหน้าตาที่คล้ายคลึงกัน อีกทั้งยังมีเชื้อสายแอลจีเรียนเหมือนกันด้วย แต่ที่ เบนเซม่า เหมือนกับ ซีเนอดีน ซีดาน มากที่สุดก็คือสไตล์การเล่น โดยเฉพาะเวลาที่เขาพาบอลตะลุยเลี้ยงหลบกองหลัง เบนเซม่า สามารถทำประตูได้ทันทีในการลงเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดแรก ในเกมที่พบกับ โรเซนบอร์ก ฤดูกาล 2005/06 ซึ่งเป็นการทำสกอร์ได้ก่อนลีก เอิงด้วยซ้ำ
ด้าน ผลงานในทีมชาติ เบนเซม่า ติดทีมชุดใหญ่ของทัพ "เลอ เบลอส์" ครั้งแรก ในเกมนัดกระชับมิตรที่พบกับ ออสเตรีย ที่สนามสต๊าด เดอ ฟรองซ์ และก็สามารถทำประตูโทนในเกมนัดดังกล่าวหลังจากถูกเปลี่ยนตัวลงสนามแทน ฌิบริล ซิสเซ่ ได้แค่ 7 นาที ในส่วนของยูโร 2008 รอบคัดเลือกนั้น เบนเซม่า ทำได้ 2 ประตู ในเกมที่พาทีมฝรั่งเศส ถล่มหมู่เกาะแฟโร 6-0 และคาดกันว่าในศึกชิงแชมป์ยุโรปที่ออสเตรีย และสวิตเซอร์แลนด์ กองหน้าจากลียง จะเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย คำกล่าวดังกล่าวเป็นข้อมุลที่ได้มาจากทั่วสารทิศ จริงแล้วลองมององค์ประกอบของ เจ้า เบนเซม่าคนนี้ ยังไม่เหมือนซีดานเท่าใดนักการเปรียบเทียบแล้วลีลาหรือทักษะต่าง ๆ คงออกคล้ายสไตร์ของศูนหน้ามากว่า การจับจังหวะการเล่น การหาพื้นที่ หากมองกันดีๆ รีลมาดริด กำลังมองว่าคือโล้นทองคำคนที่สอง หรือ โรนัลดด้ อ้วนนั้นเอง แต่ไม่รู้ว่าอนาคตของเบนเวม่าผู้นี้จะ ประสบความสำเร็จหรือไม่ เพราะ การเล่นภายใต้ทีมชุดขาวนั้น มี มนต์ขลัง ที่ทำให้หลายต่อหลายคนดับ อนเลก้า โอเว่น คลาส แยน ฮุนเตล่า ซึ่งรายหลังเป็นประเภทเดียวกับ เบนเซม่า ซะด้วย น่าติดตามว่าของแท้จริงเท็จแค่ไหน หากสอบผ่านคงเป็นระดับดลกได้ไม่อยาก แต่สอบตกยังมีเวลาแก้ตัวเพราะอายุยังน้อย มีเวลาพิสูจน์ตัวเองอีกมาก การเลือกที่จะไปราชันครั้งนี้เป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่ของ หนูเบนซ์ ยอดนักเตะแห่งฝรั่งเศสเลยทีเดียว


ดูลีลาการทำประตูเอาเองเลยครับคนนี้ karim benzema